ร้อยไหม ยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียว แก้ปัญหาหย่อนคล้อย คืนความอ่อนเยาว์

ร้อยไหม คือ เทคนิคการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการนำไหมเส้นเล็ก ๆ เข้าไปใต้ชั้นผิว โดยใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนัง ซึ่งเงี่ยงของไหมจะยึดเกาะกับชั้นผิวและดึงยกกระชับขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการ

การร้อยไหมสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า เช่น แก้มหย่อน ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มุมปากตก หางตาตก เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เพิ่มความกระชับให้กับผิว และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การร้อยไหมยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูสดใสขึ้น

ข้อดีของการร้อยไหม

การร้อยไหมมีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  • เป็นหัตถการที่ไม่เจ็บมาก ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • เห็นผลได้ทันทีหลังทำ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือนสำหรับไหมละลาย และนานตลอดไปสำหรับไหมไม่ละลาย
  • ปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย

ข้อเสียของการร้อยไหม 

การร้อยไหมมีข้อเสียบางประการ ดังนี้

  • อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังทำ
  • อาจมีรอยไหมปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง
  • ผลลัพธ์อาจไม่คงทนถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล

ข้อควรระวังก่อนร้อยไหม 

ก่อนตัดสินใจร้อยไหม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังทำอย่างละเอียด

ประเภทของไหมที่ใช้ร้อยไหม

ไหมที่ใช้ร้อยไหมมีหลายประเภท แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  • ไหมละลาย ไหมชนิดนี้จะค่อย ๆ ละลายไปเองตามธรรมชาติภายใน 6-12 เดือน โดยระหว่างที่ไหมละลายไปนั้น เงี่ยงของไหมจะยังคงยึดเกาะกับชั้นผิวและช่วยยกกระชับใบหน้าอยู่
  • ไหมไม่ละลาย ไหมชนิดนี้จะคงอยู่ใต้ชั้นผิวตลอดไป โดยระหว่างที่ไหมไม่ละลายไปนั้น เงี่ยงของไหมจะยังคงยึดเกาะกับชั้นผิวและช่วยยกกระชับใบหน้าอยู่

ร้อยไหม ด้วยไหมละลาย

ร้อยไหมไหมละลาย คือ เทคนิคการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการนำไหมเส้นเล็ก ๆ ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เข้าไปใต้ชั้นผิว โดยใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนัง ซึ่งเงี่ยงของไหมจะยึดเกาะกับชั้นผิวและดึงยกกระชับขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการ

ไหมละลายที่นิยมใช้ร้อยไหม ได้แก่ 

  • ไหม Polydioxanone (PDO) เป็นไหมที่ย่อยสลายได้เองภายใน 6-8 เดือน นิยมใช้ร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  • ไหม Polylactic acid (PLLA) เป็นไหมที่ย่อยสลายได้เองภายใน 1-2 ปี นิยมใช้ร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  • ไหม Polycaprolactone (PCL) เป็นไหมที่ย่อยสลายได้เองภายใน 2-3 ปี นิยมใช้ร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

ข้อดีของการร้อยไหมไหมละลาย

  • เห็นผลได้ทันทีหลังทำ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-36 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม
  • ปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ข้อเสียของการร้อยไหมไหมละลาย

  • อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังทำ
  • อาจมีรอยไหมปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง
  • ผลลัพธ์อาจไม่คงทนถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล

การดูแลรักษาหลังร้อยไหมไหมละลาย

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลา 2-3 วัน
  • ประคบเย็นบริเวณที่ร้อยไหมวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือซาวน่าเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร้อยไหมไหมละลายเป็นวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6-36 เดือน ปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจร้อยไหม เพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังทำอย่างละเอียด

ร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลาย

ร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลาย คือ เทคนิคการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยการนำไหมเส้นเล็ก ๆ ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เข้าไปใต้ชั้นผิว โดยใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนัง ซึ่งเงี่ยงของไหมจะยึดเกาะกับชั้นผิวและดึงยกกระชับขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการ

ไหมไม่ละลายที่นิยมใช้ร้อยไหม ได้แก่

  • ไหมทองคำ เป็นไหมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถอยู่ได้นานตลอดไป
  • ไหมไททาเนียม เป็นไหมที่มีความแข็งแรงและทนทานใกล้เคียงกับไหมทองคำ
  • ไหม PTFE เป็นไหมที่เหนียวและยืดหยุ่นได้ดี

ข้อดีของการร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลาย

  • เห็นผลได้ทันทีหลังทำ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานตลอดไป
  • ปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน

ข้อเสียของการร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลาย

  • อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังทำ
  • อาจมีรอยไหมปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง
  • ผลลัพธ์อาจไม่คงทนถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล
  • ไหมอาจเคลื่อนตัวหรือทะลุออกนอกผิวหนังได้

การดูแลรักษาหลังร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลาย

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลา 2-3 วัน
  • ประคบเย็นบริเวณที่ร้อยไหมวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือซาวน่าเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร้อยไหม ด้วยไหมไม่ละลายเป็นวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เนื่องจากเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ผลลัพธ์อยู่ได้นานตลอดไป ปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจร้อยไหม เพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังทำอย่างละเอียด

ความแตกต่างระหว่างร้อยไหมไหมละลายและร้อยไหมไหมไม่ละลาย

ตารางเปรียบเทียบ

ปัจจัย ร้อยไหมไหมละลาย ร้อยไหมไหมไม่ละลาย
วัสดุ วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
ระยะเวลา ละลายไปเองภายใน 6-36 เดือน อยู่ได้นานตลอดไป
ผลลัพธ์ อาจไม่คงทนถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล อาจไม่คงทนถาวร ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล
ความปลอดภัย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย
ระยะเวลาพักฟื้น ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ต้องพักฟื้นนาน
ค่าใช้จ่าย น้อยกว่าร้อยไหมไหมไม่ละลาย มากกว่าร้อยไหมไหมละลาย

โดยสรุปแล้ว ร้อยไหมไหมละลายและร้อยไหมไหมไม่ละลายต่างก็เป็นวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล

ร้อยไหม ด้วยไหมคอลลาเจน 

 

ไหมคอลลาเจน คือ ไหมละลายชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีส่วนผสมของคอลลาเจน ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น

ไหมคอลลาเจนนิยมใช้ร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

คุณสมบัติของไหมคอลลาเจน

  • มีส่วนผสมของคอลลาเจน ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้น
  • ละลายได้ช้ากว่า ส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าไหมไหมละลายทั่วไป

การร้อยไหม ใบหน้า เจ็บไหม 

ความรู้สึกเจ็บของการร้อยไหม จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของไหมที่ใช้ บริเวณที่ทำ และเทคนิคของแพทย์ผู้ทำหัตถการ

โดยทั่วไป การร้อยไหมไหมละลายจะเจ็บน้อยกว่าการร้อยไหมไหมไม่ละลาย เนื่องจากไหมไหมละลายจะค่อย ๆ ละลายไปเองตามธรรมชาติ จึงไม่ต้องทนเจ็บนานเหมือนไหมไหมไม่ละลาย

นอกจากนี้ บริเวณที่ทำหัตถการก็มีส่วนสำคัญต่อความรู้สึกเจ็บเช่นกัน บริเวณที่เนื้อเยื่อบางและมีความยืดหยุ่นสูง เช่น บริเวณหน้าผาก แก้ม คาง มักเจ็บน้อยกว่าบริเวณที่มีเนื้อเยื่อหนาและมีความยืดหยุ่นต่ำ เช่น บริเวณร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม

เทคนิคของแพทย์ผู้ทำหัตถการก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกเจ็บเช่นกัน แพทย์ผู้มีประสบการณ์และชำนาญการ จะสามารถร้อยไหมได้อย่างนุ่มนวล ช่วยลดอาการเจ็บลงได้

โดยรวมแล้ว การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ไม่เจ็บมาก แต่อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะที่แพทย์กำลังร้อยไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งแพทย์จะฉีดยาชาให้ก่อนทำหัตถการอยู่แล้ว เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลง

หากคนไข้กลัวเจ็บ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาชาแบบทาหรือแบบฉีดเพิ่มเติม เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงมากที่สุด

ข้อแนะนำในการลดอาการเจ็บจากการร้อยไหม

  • เลือกแพทย์ผู้มีประสบการณ์และชำนาญการ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาใด ๆ
  • เตรียมตัวก่อนทำหัตถการตามที่แพทย์แนะนำ เช่น งดทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการ 6 ชั่วโมง
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม 

  • ประคบเย็นบริเวณที่ร้อยไหมวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ร้อยไหมเป็นเวลา 2-3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือซาวน่าเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังหนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • รับประทานที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ

โดยสรุปแล้ว การร้อยไหมสามารถช่วยให้หน้าดีขึ้นได้ ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวสวยขึ้น เต่งตึงขึ้น และดูอ่อนเยาว์ลง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ชนิดของไหมที่ใช้ และเทคนิคของแพทย์ผู้ทำหัตถการ

การร้อยไหม อันตรายไหม และควรระวังอะไรบ้าง

โดยปกติแล้ว การร้อยไหมนั้น นับเป็นวิธีที่ปลอดภัยอย่างมาก และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย 

แต่ก็ยังคงสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่เหมือนกัน ได้แก่

  • อาการบวมช้ำ มักเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว อาการจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์
  • รอยไหม มักเป็นรอยเล็ก ๆ จาง ๆ ที่สามารถมองเห็นได้บ้าง อาการจะค่อย ๆ จางลงและหายไปเองภายใน 1-2 เดือน
  • การติดเชื้อ มักเกิดจากความสะอาดของอุปกรณ์หรือความชำนาญของแพทย์ หากเกิดการติดเชื้ออาจต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
  • ไหมทะลุ มักเกิดจากเทคนิคการร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง หากไหมทะลุอาจต้องผ่าตัดเอาไหมออก

ข้อควรระวัง

  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ เพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหลังทำอย่างละเอียด
  • เลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย
  • เลือกแพทย์ผู้มีประสบการณ์และชำนาญการ

แต่หากมีอาการผิดปกติใด ๆ หลังการร้อยไหม เช่น อาการบวมช้ำรุนแรง ปวดแผลมาก มีอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้ ปวด บวม แดง บริเวณที่ร้อยไหม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ร้อยไหมกี่วันหายบวม

อาการบวมจากการร้อยไหมมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว อาการจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยอาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 3-7 วันแรก จากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปจนหมด ภายใน 2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม อาการบวมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของไหมที่ใช้ บริเวณที่ทำ และเทคนิคของแพทย์ผู้ทำหัตถการ

การทำร้อยไหม มีโอกาสที่ไหมจะขาดได้หรือไม่ 

โอกาสที่ไหมขาดจากการร้อยไหมมีน้อยมาก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของไหมที่ใช้ เทคนิคการร้อยไหม และการดูแลหลังร้อยไหม

โดยทั่วไปแล้ว ไหมที่ย่อยสลายได้เองเร็ว มีโอกาสขาดน้อยกว่าไหมที่ย่อยสลายได้เองช้า ไหมที่ร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง มีโอกาสขาดน้อยกว่าไหมที่ร้อยด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง การดูแลหลังร้อยไหมที่ถูกต้อง จะช่วยป้องกันการขาดของไหมได้

ปัจจัยที่อาจทำให้ไหมขาดจากการร้อยไหม

  • ไหมที่ย่อยสลายได้เองช้า อาจขาดได้หากมีการดึงรั้งไหมมากเกินไป
  • เทคนิคการร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ไหมขาดได้ เช่น การร้อยไหมด้วยเข็มที่ใหญ่เกินไป การร้อยไหมด้วยแรงที่มากเกินไป
  • การดูแลหลังร้อยไหมที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ไหมขาดได้ เช่น การสัมผัสบริเวณที่ร้อยไหม การอาบน้ำร้อนหรือซาวน่า การออกกำลังหนัก

ร้อยไหม กี่วันถึงจะเข้าที่ และ กี่วันถึงจะเห็นผลได้ชัดเจน 

 

ร้อยไหม จะเริ่มเข้าที่และเห็นผลอย่างชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก หลังร้อยไหม คนไข้อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย รอยไหมอาจจางลงและหายไปเองภายใน 1-2 เดือน

อาการบวมจากการร้อยไหมมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว อาการจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์ โดยอาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 3-7 วันแรก จากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปจนหมด ภายใน 2 สัปดาห์

ดังนั้น ร้อยไหมจะเข้าที่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังร้อยไหม โดยอาการบวมจะหายไปหมด และใบหน้าจะเข้ารูปชัดเจน

กี่วันถึงจะเห็นผลได้ชัดเจน 

ผลลัพธ์ของการร้อยไหมจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก หลังร้อยไหม โดยจะเริ่มเห็นใบหน้าที่ยกกระชับขึ้น เต่งตึงขึ้น และดูอ่อนเยาว์ลง

แต่ผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดภายใน 1 เดือน หลังร้อยไหม โดยใบหน้าจะเข้ารูปชัดเจน ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ยุบลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น