ทำความรู้จักกับ “จมูกทะลุ” และวิธีการแก้ไขอย่างตรงจุด
จมูกทะลุเป็นปัญหาที่คนเสริมจมูกไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะอาการจมูกทะลุจากซิลิโคนจมูกทะลุนั้นอาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้จมูกทะลุเกิดจากอะไรบ้าง? และหลังจากจมูกทะลุแล้วจะต้องดูแลและรักษาอย่างไร? ตาม DSC Clinic ไปดูกันได้เลย
บางครั้งการเสริมจมูกโหงวเฮ้งดีไปสักระยะหนึ่งก็อาจจะมีปัญหา “จมูกทะลุ” ที่มาจากซิลิโคนเกิดการเบี้ยวหรือเอียง ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีระยะเวลาการเกิดปัญหานี้แตกต่างกันออกไป และสามารถเกิดได้หลายบริเวณ คือ บริเวณปลายจมูกและภายในโพรงจมูก และเมื่อเกิดปัญหานี้แล้วก็จะทำให้มีอาการไม่สบายตัวจากแผลในบริเวณที่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน
ดังนั้นเมื่อการเสริมจมูกเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าการเสริมจมูกทรงสวยได้สัดส่วนแล้วเกิดจมูกทะลุขึ้นมาก็คงจะเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจไม่น้อย ทำให้ต้องรู้เท่าทันและรู้จักป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้หลังจากทำจมูกอย่างละเอียด เพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาจมูกทะลุนั่นเอง
สาเหตุของจมูกทะลุหลังเสริมจมูกมาจากอะไร?
การทำจมูกธรรมชาติแล้วมีปัญหานั้นมาจากสาเหตุใดบ้าง? DSC Clinic Dr Sine ต้องขอบอกเลยว่าสาเหตุที่ทำให้ซิลิโคนจมูกทะลุนั้นมาจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งจมูกทะลุเกิดจากอะไรบ้าง? ตามไปดูกันได้เลย
การเลือกใช้ซิลิโคนที่ไม่เหมาะสมนับว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จมูกทะลุ เพราะการใช้ซิลิโคนที่มีขนาดหรือลักษณะไม่เหมาะสมกับจมูก เช่น ซิลิโคนหนา ยาว หรือแหลมเกินไป จะเป็นการฝืนเนื้อจมูกมากเกินไป ทำให้ซิลิโคนไปกดเนื้อจมูกจนขาดเลือดมาหล่อเลี้ยง และอาจจะทำให้ซิลิโคนจมูกทะลุได้ในที่สุด
การทำจมูกในแต่ละครั้งต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าคลินิกที่เลือกนั้น ใช้ซิลิโคนที่มีมาตรฐานหรือไม่ เพราะถ้าคลินิกใช้ซิลิโคนที่ไม่มีมาตรฐาน ผลิตจากวัสดุที่ไม่มีคุณภาพและมีความไม่ยืดหยุ่น ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาจมูกทะลุได้ในภายหลัง
นอกจากลักษณะของซิลิโคนและคุณภาพของซิลิโคนแล้ว ตำแหน่งการวางซิลิโคนก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าวางซิลิโคนในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมก็อาจจะทำให้ซิลิโคนเอียงหรือเบี้ยวได้ แถมยังทำให้มีแรงกดที่เนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย
การแก้จมูกบ่อยหรือแก้ติดต่อกันหลายครั้งภายในเวลาระยะ 6 เดือนหลังจากทำจมูกจะเปรียบเสมือนการกระตุ้นให้เกิดการทะลุ อีกทั้งยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อักเสบ หรือแผลสมานได้ยากกว่าปกติด้วย
อาการอักเสบหรือติดเชื้อหลังจากเสริมจมูกอาจจะทำให้มีน้ำเหลืองและมีอาการบวมแดงแบบไม่คงที่ ซึ่งถ้าอักเสบหรือติดเชื้อร้ายแรงก็อาจจะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณจมูกกลายเป็นสีดำ ซิลิโคนกินเนื้อจมูก จนทำให้เนื้อยุบและซิลิโคนทะลุได้
ความสามารถและประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำการเสริมจมูกก็ส่งผลต่ออาการต่าง ๆ หลังจากการทำจมูกเช่นกัน เพราะถ้าแพทย์ไม่มีความชำนาญด้านการเสริมจมูกมากพอก็อาจจะทำให้การเสริมจมูกนั้นไม่เหมาะสมกับฐานจมูกเดิม จนอาจจะทำให้เกิดปัญหาจมูกทะลุนั่นเอง
พฤติกรรมส่วนตัวอย่างการชอบแคะ แกะ หรือเกาบริเวณจมูกหลังจากเสริมจมูกมาก็ส่งผลต่ออาการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากเสริมจมูก เพราะการแคะ แกะ หรือเกาอยู่บ่อยครั้งอาจจะส่งผลให้ซิลิโคนเคลื่อนที่จนมีปัญหาตามได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจจะส่งผลต่อตำแหน่งของซิลิโคน
เช็กให้ชัวร์ สัญญาณเตือนจมูกทะลุมีอะไรบ้าง?
คลินิก DSC ขอแชร์วิธีเช็กหรือสัญญาณเตือนอาการจมูกทะลุ จะได้สามารถเตรียมตัวรับมือกับการดูแลอาการต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุดและถูกต้อง เพื่อทำให้รู้เท่าทันว่าจมูกโหงวเฮ้งดีที่ทำมานั้นมีปัญหาซิลิโคนทะลุหรือไม่
ซิลิโคนมีความเบี้ยวเอียง
หลังทำจมูกแล้วต้องหมั่นสังเกตว่าจมูกเบี้ยวหรือเอียงไหม เพราะถ้าหลังจากเสริมจมูกแล้วบริเวณที่เสริมซิลิโคนที่ความเบี้ยวหรือเอียงก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติและควรเฝ้าระวังปัญหาซิลิโคนทะลุ
ลูบปลายจมูกแล้วเสียวแปลบ
ถ้าลูบบริเวณปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียวแปลบก็หมายความว่าผิวหนังบริเวณจมูกเริ่มบางกว่าปกติแล้ว และอาจจะทำให้ซิลิโคนจมูกทะลุได้ ดังนั้นเมื่อมีอาการแบบนี้จึงควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที
ปลายจมูกบวมหรือแดง
การที่ปลายจมูกมีลักษณะบวม แดง สีผิวขาวไม่เสมอกับผิวโดยรอบ หรือมีสีผิวที่คล้ำกว่าเดิมหลังจากเสริมจมูกนั้นเป็นสัญญาณเตือนร้ายแรงที่อาจจะทำให้จมูกได้รับความเสียหายและต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน
ปลายจมูกสะท้อนแสง
ปลายจมูกสะท้อนแสงออกมาผิดปกติ มีความมันวาว หรือมีสีขาวใสอาจจะเกิดจากปัญหาซิลิโคนปลายจมูกใกล้ทะลุออกมา ซึ่งเมื่อสังเกตเห็นแล้วว่าปลายจมูกสะท้อนแสงมากผิดปกติก็จะต้องรีบเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันอาการข้างเคียงอื่น ๆ
เห็นซิลิโคนชัดเจน
ถ้าสามารถมองเห็นซิลิโคนเสริมจมูกได้อย่างชัดเจนก็จะต้องเฝ้าระวังแล้วว่าซิลิโคนจะทะลุออกมาหรือไม่ เพราะนี่เป็นสัญญาณว่าผิวหนังบริเวณจมูกมีความบางมากเกินไป และไม่ควรปล่อยไว้นาน ๆ
จมูกมีรอยบุ๋ม
รอยบุ๋มบริเวณจมูกเกิดขึ้นได้จากความบางของผิวหนังและอาจจะส่งผลให้มีปัญหาจมูกทะลุได้ ดังนั้นเมื่อสังเกตเห็นรอยบุ๋มแล้วก็จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที
สันจมูกมีปุ่มไม่เรียบเนียน
หลังเสริมจมูกแล้วมีปุ่มหรือผิวไม่มีความเรียบเนียนเมื่อลองใช้มือลูบเบา ๆ นั้นเกิดจากหินปูนมาเกาะที่ซิลิโคน ทำให้เกิดปุ่มนูนและผิวไม่เรียบเนียนได้ ซึ่งกรณีนี้มักจะเกิดในคนที่เสริมจมูกมาเป็นเวลานานแล้ว
วิธีแก้ไขและการรักษาจมูกทะลุหลังเสริมจมูก
วิธีการแก้ไขและดูแลรักษาจมูกที่ซิลิโคนทะลุในส่วนปลายนั้นสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าซิลิโคนทะลุภายในโพรงจมูกจะเห็นได้ยากและอาจจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ช้ากว่า ซึ่งวิธีแก้ไขและการรักษาหลังจากที่ทำจมูกธรรมชาติแล้วจมูกทะลุมีดังนี้
- ผ่าตัดนำซิลิโคนออกแล้วเสริมจมูกใหม่อีกครั้งหลังแผลหายดี
- ปรึกษาแพทย์และประเมินว่าจมูกมีความบางมากหรือน้อย
- ใช้เนื้อจากบริเวณอื่นมาเสริม เช่น ขมับ ก้นกบ เป็นต้น
เคล็ดลับการดูแลจมูกไม่ให้เกิดการทะลุ
เคล็ดลับการดูแลตัวเองหลังจากเสริมจมูกแล้วนั้นก็สำคัญมาก ๆ เพราะการดูแลที่ดีจะสามารถทำให้แผลจากการเสริมจมูกฟื้นฟูได้เร็วขึ้น และสามารถป้องกันปัญหาซิลิโคนทะลุได้เป็นอย่างดี ซึ่งเคล็ดลับการดูแลจมูกมีดังนี้
- ทำความสะอาดแผลเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์
- ประคบเย็นในช่วงแรก
- กินยาให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส แคะ แกะ เกา บริเวณจมูก
จะเห็นได้ว่าจมูกทะลุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ และการสังเกตอาการจมูกทะลุก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ต้องหมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ รวมถึงใส่ใจอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากซิลิโคนจมูกทะลุอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อรู้แล้วว่าจมูกทะลุเกิดจากอะไรก็จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ ตามมาอย่างตรงจุดและสามารถตอบโจทย์การดูแลจมูกหลังเสริมได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้หากเกิดอาการต่าง ๆ แต่ไม่มั่นใจว่าใช่อาการจมูกทะลุหรือไม่ ก็ควรเข้าปรึกษากับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยสูงสุดนั่นเอง

